5 ปัญหาสุขภาพฟันที่ทุกคนต้องใส่ใจ

1.ฟันหลอ หากคุณมีฟันหลอ 1 – 2 ซี่ ระยะห่างของเนื้อฟันที่กว้างจะกระทบกับวิธีการพูด และการกินของคุณ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสังเกตได้ แต่ฟันกรามที่หายไปก็สามารถกระทบกับการเคี้ยวได้เช่นกัน หากทิ้งไว้ฟันอาจจะเคลื่อนย้าย ทำให้เกิดฟันล้ม
สามารถแก้ไขได้ โดยการทำ สะพานฟัน ฟันปลอม และการฝังรากเทียม ควรปรึกษากับทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อวินิจฉัยอาการได้อย่างถูกวิธี

2.ฟันผุและรากฟันผุ ปัญหาฝันผุ เกิดจากเชื้อโรคที่พบได้ตามปกติในช่องปากทำการย่อยสลายอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เกิดเป็น กรด ซึ่งทำลายโครงสร้างของฟัน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำการรักษา จะลุกลามเพิ่มขึ้น จนทำให้ฟันแตกเป็นรู เป็นช่อง และถ้าลุกลามมากขึ้น จะก่อให้เกิดความเจ็บปวด หรือฟันเป็นหนอง และอาจต้องถอนฟันนั้นในที่สุดควรรีบปรึกษาแพทย์ และรักษาอาการเพื่อสุขภาพในช่องปากที่ดี

โดยการรักษาจะเริ่มจากกำจัดส่วนที่ผุ แล้วทำการ อุดฟัน หรือทดแทนฟันส่วนที่ถูกทำลาย ด้วยวัสดุอุดสีเสมือนสีฟันจริงเช่น คอมโพสิต แต่หากมีการลุกลามจนสูญเสียเนื้อฟันมาก อาจต้องทำการครอบฟัน หรือหากทะลุโพรงประสาทฟัน ต้องรักษารากฟัน ซึ่งการรักษาขึ้นอยู่กับสุขภาพปากของแต่ละท่าน

3. ฟันเหลือง จากคราบบุหรี่ ชา กาแฟ ฟันมีคราบ เกิดจาก สิ่งที่รับประทาน หรือ ลักษณะนิสัยของการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่มากจะพบในกลุ่มคนที่ชอบ การดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม ไวน์แดง หรือ สูบบุหรี่

หากทิ้งไว้นานๆ คราบฝังลึกบนผิวฟันอาจทำให้เกิดปัญหากลิ่นปากตามมาด้วย ดังนั้นควรมาพบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก

4. คราบหินปูน เกิดจากการดูแลสุขภาพในช่องปากไม่ดีพอ จึงเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ตามบริเวณขอบเหงือกและซอกฟัน เมื่อแปรงฟันไม่ทั่วถึงก็จะเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์มากขึ้น และเป็นเวลานานขึ้นจนกลายเป็นคราบหินปูน ดังนั้นควรเข้ารับการขูดหินปูนปีละ  2 ครั้ง

5.โรคปริทันต์อักเสบ(เหงือกอักเสบ) ระยะแรกของโรคเหงือกเรียกว่าเหงือกอักเสบ ซึ่งเป็นระยะเดียวที่รักษาให้กลับมาเหมือนเดิมได้ หากไม่ได้รับการรักษา เหงือกอักเสบจะนำไปสู่การเสียรูปของเหงือกที่ร้ายแรงหรือที่เรียกว่าโรคปริทันต์

โรคเหงือกมีโอกาสเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า เป็นเหตุผลว่าทำไมการตรวจสุขภาพฟันและการตรวจโรคปริทันต์ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น